RSS
Post Icon

น้องกระปุกครีมกับคุณตา

 


เดินทางเข้าป่าเพื่อไปหาคุณตาในวันหยุดสุดท้ายของเดือน น้องกระปุกครีมตัดสินใจลุยเข้าไปในป่าสำรวจสุดน่าสนใจ แต่กลับได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเลยที่จะเกิดขึ้น!


ระหว่างทาง เจอเสือร้ายเมายาบ้าที่กำลังนั่งอยู่บนต้นไม้ น้องกระปุกครีมแปลกใจมาก เพราะมักจะพบสัตว์เหล่านี้ในหนังสือเรียนหรือในภาพยนตร์เป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่เคยคิดว่าจะเจอจริงกลางป่าแบบนี้!


"อ้าว! น้องกระปุกครีมมาไว้ทำไมในที่นี้?" เสือร้ายเมายาบ้าถามด้วยเสียงหวาดเสียว


"อ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเองค่ะ" น้องกระปุกครีมตอบอย่างมั่นใจ


"อย่างมั่นใจเลยนะ เสียงที่ฉันได้ยินมันช่างเชื่อถือได้จริง ๆ" เสือร้ายเมายาบ้าพูดอย่างเสริมสร้าง


"ใช่ค่ะ! น้องกระปุกครีมมาเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และไม่ใช่เพื่อกลายเป็นอาหารของสัตว์ป่าค่ะ" น้องกระปุกครีมอธิบายอย่างรู้สึกผิดพลาด


"เข้าใจแล้วค่ะ! ที่นี่มันดีมาก เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ!" เสือร้ายเมายาบ้าเสนอด้วยความสดใส


ก็เสร็จสิ้นที่นี่แล้ว สองเพื่อนที่แปลกประหลาดนี้พร้อมกันเดินทางต่อไป ทั้งสองได้พบคุณตาและมีชีวิตจริงในป่าอันสงบสุข และอาจจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายที่รอให้พวกเขาสำรวจต่อไป!


น้องกระปุกครีมจริง ๆ ก็ไม่คาดหวังว่าจะมีประสบการณ์แปลก ๆ ในการเดินทางหาคุณตาในป่า แต่เวลาที่เจอกับเสือร้ายเมายาบ้ากลับกลายเป็นเรื่องตลกสุดฮาในที่สุด!


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Post Icon

วิธีการ ซื้อรถมือสอง

 1.ภายนอก 

เริ่มดูกันตั้งแต่รูปทรงของตัวรถว่าบิดเพี้ยนไปหรือไม่ให้ดูว่าตัวรถมีรูปทรงบุบหรือเสียรูปทรงหรือไม่

เน้นดูตาม กันชนหน้า ไฟหน้า ฝากระโปรง ต้องให้อยู่ในแนวที่ขนานกันช่องว่างระหว่างตัววัสดุต้องไม่ชิดหรือเสียรูป

ไป เช่นไฟหน้าใหม่ข้าง เก่าข้าง ฝากระโปรงไม่นูนหรือเสียรูป หลังคารถให้ดูแนวโค้งของตัวหลังคาว่าบุบหรือเสี

ยรูปหรื่อไม่ เสาหน้า เสากลาง เสาหลัง ว่ามีเสาบิดหรือไม่ได้รุปทรงหรือไม่ กันชนหลังให้ดูแนวความตรงของกันชน 

ฝากระโปรงหลัง ว่าแนวช่องว่างขนานกันหรือไม่ 

สีของตัวรถต้องเรียบเนียน ความเสมอของเนื้อสี ตำหนิต่างๆที่เป็นจุดสังเกตเพื่อให้เป็นข้อสันนิษฐานของตัวรถว่า

เหตุที่ทำสีนี้เกิดจากอะไร ชนหนักมา หรือแต่เก็บรอยขูดขีดธรรมดา

2.ภานใน

ภายในนั้นดูไม่ยากครับ ให้ดูสีของตัวเบาะว่าสีเสมอกันมั้ย ความสะอาด รอยยับ การใช้โดยที่ต้องไม่โทรมเอาให้ที่

เรารับได้เป็นอันใช้ได้ ครับ

3.ช่วงล่างและยาง 

เริ่มต้นให้เริ่มดูที่ตัวยางรถ ว่าสภาพยางเป็นอย่าง เช่นมีรอยฉีกขาด รอยร้าว ดอกยาง ความลึกของร่องยาง และปี

ของยางว่ายังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานต่อได้มั้ย เพราะยางนั้นถือเป็นอะไหล่สิ้นเปลืองทางศูนย์รถมือสองก็อาจจะไม่

เปลี่ยนให้

ตัวช่วงล่าง ให้หาดูรอยรั่วซึม ต่างๆ ถ้าเป็นไปได้ให้ลองหมุนล้อดู หรือทดลองขับ เวลาทดลองขับให้เน้นฟัง

เสียงว่ามีเสียงตรงไหนผิดปกติหรือไม่ ดูการยึดเกาะถนนว่ารถโยนหรือไม่ วิ่งผ่านลูกระนาดแล้วมีเสียงกระแทกของ

โช๊คอัพหรือไม่ 

4.ระบบไฟฟ้า

ในส่วนของตัวนี้เช็คไม่ยากครับ ให้ทดลองเปิดการทำงานของระบบโดยที่เปิดไม่อยากโดยให้เราถามจากทางผู้

ขายได้เลย แล้วเราก็จะทราบว่าอุปกรณ์ไหนใช้ได้ 

5.เครื่องยนต์

ส่วนของเครื่องยนต์เป็นอะไรที่อยากที่สุดเพราะหัวใจของรถก็คือเครื่องยนต์ รับซื้อรถยนต์ การดูนั้นต้องอาศัยประสบการณ์อย่างมาก แต่วันนี้มีแนะนำการดูเครื่องยนต์ง่ายๆมานำเสนอครับ 

เริ่มจากหาดูรอยรั่วซึมของตัวเครื่องยนต์ อาการของเครื่องยนต์ ว่ามีการกระตุกหรือไม่ สั่นแรงเกินไปหรือป่าวเสียงที่ตัวเครื่องดังเกินไปมั้ย โดยเปรียบเทียบง่ายจากรถรุ่นเดียวกันเลย โดยให้สตาร์ทเครื่องยนต์ที่ละคันแล้วเปรียบเทียบอาการดังที่กล่าวต้นได้เลยครับ

6.เกียร์

ส่วนการทดลองเกียร์ ให้เริ่มจากสตาร์ทเครื่องแล้วลองเข้าเกียร์ รับซื้อรถมือสอง เกียร์จะต้องไม่มีการกระตุกหรือให้เราเข้าเกียร์แล้วเหยียบเบรคข้างไว้แล้วเร่งเครื่องไปที่ 2,000รอบ เพื่อเป็นการทดสอบเกียร์โดยรอบ เครื่องยนต์ต้องไม่กระชาก ถือว่าเกียร์ปกติแล้วปล่อยคันเร่งแต่ถ้ารอบเครื่องยนต์ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง 2,000-2,500 รอบอันนี้แสดงว่า คลัทซ์มีปัญหาแล้วครับ 

7.ระบบบังคับเลี้ยว

ให้เราสตาร์เครื่องยนต์แล้วลองโยกพวงมาลัยดูแล้วให้สังเกตเสียงของพวงมาลัย หรือการหมุนว่ามีว่ามีอาการติดหรือ

กระตุกหรือไม่ หรือหนักเกินไปไหม ถ้ามีไม่อาการก็อถือว่าปกติ

8.เอกสารของตัวรถ 

เล่มรถ โดยให้ดูว่าเจ้าของกี่ลำดับ และที่หน้า18 ก็จะมีการบันทึกประวัติไว้ให้สังเกตดู2จุดนี้

ชุดโอน ว่าลูกค้าท่านเก่าได้เซ็นต์โอนไว้หรือป่าว 

Book service เพราะรถแต่ละคันจะมีBook service อยู่ ถ้ามีตัวนี้ก็จะทำให้เราง่ายต่อการเช็คประวัติรถคันนั้น

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Post Icon


 คิดจะขายรถยนต์ตัวเองสักคัน เรื่องสำหรับอย่างเอกสารซื้อขายรถมือสองต้องห้ามพลาด มีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมไว้ให้ดี จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง

การขายรถยนต์ให้กับเต้นท์รับซื้อรถยนต์ แบ่งออกเป็น 4 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1.รถจดเป็นชื่อบุคคลธรรมดาและไม่ติดไฟแนนซ์

1.1 สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะขีดคร่อมพร้อมเซ็นกำกับว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาได้เลยตามตัวอย่างด้านล่างครับ ขออนุญาติปิดชื่อกับลายเซ็นของเจ้าของบัตรเอาไว้นะครับ หากเจ้าของรถมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และในสมุดคู่มือจดทะเบียนยังเป็นชื่อ-นามสกุลเดิมอยู่ ต้องใช้ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลแนบด้วย

1.2 แบบคำขอโอน 1 ใบ ผู้ขายเซ็นตรงผู้โอน

1.3 หนังสือมอบอำนาจ 1 ใบ ผู้ขายเซ็นตรงผู้มอบอำนาจ ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะเขียนจุดประสงค์ในการมอบอำนาจว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาให้เหมือนในสำเนาบัตรประชาชน ส่วนบรรทัดที่เหลือให้ขีดคร่อมไปทั้งหมด

1.4 สมุดคู่มือจดทะเบียนเจ้าของรถต้องเซ็นในช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์ด้วยนะครับ

1.5 สัญญาซื้อขาย ต้องเป็นแบบที่มีฉบับสำเนาด้วย เพราะผู้ซื้อและผู้ขายต้องเก็บไว้คนละชุด และต้องมีสำเนาบัตรประชาชนผู้ซื้อ-ผู้ขายเซ็นสำเนาถูกต้องแนบสัญญาไว้ด้วย

กรณีที่ 2.รถจดเป็นชื่อบุคคลธรรมดาและติดไฟแนนซ์

2.1 สำเนาบัตรประชาชน 3 ใบ ให้เซ็นเหมือนกับรถที่ไม่ติดไฟแนนซ์ หากเจ้าของรถมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และตอนที่ทำเรื่องขอสินเชื่อยังเป็นชื่อ-นามสกุลเดิมอยู่ ต้องใช้ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลแนบด้วย แล้วลายเซ็นที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องต้องเหมือนในคู่สัญญาที่ทำไว้กับไฟแนนซ์นะครับ จะเซ็นเป็นสองลายเซ็นก็ได้ครับ ทั้งเก่า ทั้งใหม่

2.2 สำเนาทะเบียนบ้าน 3 ใบ พร้อมเซ็นสำเนาถูกต้อง

2.3 แบบคำขอโอน 2 ใบ ผู้ขายเซ็นตรงผู้โอน 1 ใบ และผู้ขายเซ็นตรงผู้รับโอน 1 ใบ ผู้รับโอนต้องเซ็น 2 ที่นะครับ

2.4 หนังสือมอบอำนาจ 3 ใบ ให้เซ็นเหมือนกับรถที่ไม่ติดไฟแนนซ์

2.5 ส่วนสมุดคู่มือจดทะเบียนจะยังไม่มี เพราะยังอยู่ที่ไฟแนนซ์ เราต้องไปปิดไฟแนนซ์ก่อน แล้วไฟแนนซ์จะไปดำเนินการโอนให้กับเจ้าของรถ หลังจากได้เล่มมาแล้วเจ้าของรถค่อยเอามาเซ็นตรงผู้ถือกรรมสิทธิ์ แล้วค่อยเอาไปให้ผู้ซื้ออีกที แต่จะใช้เงินใครปิดนั้นต้องให้ผู้ซื้อ ผู้ขายตกลงกันเอง แต่ทั่วไปควรจะเป็นเงินผู้ซื้อนะครับ

2.6 สัญญาซื้อขาย ต้องเป็นแบบที่มีฉบับสำเนาด้วย เพราะผู้ซื้อและผู้ขายต้องเก็บไว้คนละชุด และต้องมีสำเนาบัตรประชาชนผู้ซื้อ-ผู้ขายเซ็นสำเนาถูกต้องแนบสัญญาไว้ด้วย อันนี้ย้ำเลยนะครับว่าห้ามลืม

กรณีที่ 3.รถจดเป็นชื่อนิติบุคคลและไม่ติดไฟแนนซ์

3.1 สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท 1 ใบ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะขีดคร่อมพร้อมเซ็นกำกับว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาได้เลยครับ

3.2 แบบคำขอโอน 1 ใบ ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเซ็นตรงผู้โอนพร้อมประทับตราบริษัท

3.3 หนังสือมอบอำนาจ 1 ใบ ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเซ็นตรงผู้มอบอำนาจพร้อมประทับตราบริษัท ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรเขียนระบุวัตถุประสงค์ในการมอบอำนาจว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาให้เหมือนในสำเนาบัตรประชาชน ส่วนบรรทัดที่เหลือให้ขีดคร่อมไปทั้งหมด

3.4 สมุดคู่มือจดทะเบียน ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทต้องเซ็นในช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์พร้อมประทับตราบริษัทด้วยนะ ตามตัวอย่างด้านล่าง ขออนุญาติปิดชื่อกับตราประทับไว้นะครับ

3.5 สำเนาหนังสือจดทะเบียนบริษัททุกหน้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมประทับตราบริษัททุกหน้า

3.6 สัญญาซื้อขาย

กรณีที่ 4.รถจดเป็นชื่อนิติบุคคลและติดไฟแนนซ์

4.1 สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท 3 ใบ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะขีดคร่อมพร้อมเซ็นกำกับว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาได้เลยครับ

4.2 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท 3 ใบ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

4.3 แบบคำขอโอน 2 ใบ ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเซ็นตรงผู้โอนพร้อมประทับตราบริษัท 1 ใบ และ ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเซ็นตรงผู้รับโอน 2 ที่พร้อมประทับตราบริษัท (ต้องประทับทั้ง 2 จุดตรงที่เซ็นชื่อ) อีก 1 ใบ

4.4 หนังสือมอบอำนาจ 3 ใบ ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเซ็นตรงผู้มอบอำนาจพร้อมประทับตราบริษัท ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะเขียนจุดประสงค์ในการมอบอำนาจว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาให้เหมือนในสำเนาบัตรประชาชน ส่วนบรรทัดที่เหลือให้ขีดคร่อมไปทั้งหมด

4.5 ส่วนสมุดคู่มือจดทะเบียนจะยังไม่มี เพราะยังอยู่ที่ไฟแนนซ์ เราต้องไปปิดไฟแนนซ์ก่อน แล้วไฟแนนซ์จะไปดำเนินการโอนให้กับเจ้าของรถ หลังจากได้เล่มมาแล้วเจ้าของรถค่อยเอามาเซ็นตรงผู้ถือกรรมสิทธิ์พร้อมประทับตราบริษัท แล้วค่อยเอาไปให้ผู้ซื้ออีกที แต่จะใช้เงินใครปิดนั้นต้องให้ผู้ซื้อ ผู้ขายตกลงกันเอง แต่ทั่วไปควรจะเป็นเงินผู้ซื้อนะครับ

4.6 สำเนาหนังสือจดทะเบียนบริษัททุกหน้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมประทับตราบริษัททุกหน้า

4.7 สัญญาซื้อขาย

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Post Icon

โครงการบ้านเดี่ยวปากช่อง เขาใหญ่

 

โครงการบ้านเดี่ยวปากช่อง เขาใหญ่


พบความเรียบหรู ง่าย บ้านเดียวปากช่อง แต่ลงตัวในทุกรายละเอียด ด้วยความฉลาดในการออกแบบพื้นที่ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ ด้วย Design Urbanist แบบใหม่ เชื่อมต่อทุกจังหวะของชีวิต พิเศษด้วย Master Bedroom ที่ถูกออกแบบมาในสไตส์ Luxury Penthouse ที่เชื่อมต่อทุก Function ทั้ง Walk-in Closet ห้องนอน และห้องน้ำ

คริสตัลกรีน เขาใหญ่ บ้านเดียวปากช่อง หมู่บ้านที่มีบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นบ้านแฝดสไตล์บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ตัวบ้านถูกออกแบบให้เป็นบ้านสมัยใหม่สไตล์โมเดิร์น เหมาะกับเป็นบ้านในฝันของคนรักธรรมชาติ ได้บรรยากาศเขาใหญ่สดชื่นใกล้เมืองปากช่อง บ้านสามารถรับแสงแดดพร้อมชมวิวบรรยากาศนอกบ้านได้อย่างเต็มอิ่ม มีระเบียงรอบบ้านชั้น 2 ให้บรรยากาศที่สวยงาม ร่มรื่น โดนใจกับธรรมชาติซึ่งเป็นบ้านในฝันของใครหลายๆคน


บ้านเดียวปากช่อง ทำเลติดถนนใหญ่บายพาส มิตรภาพ บรรยากาศธรรมชาติและวิวเขา
อิ่มเอมกับบรรยากาศ ลมหนาว , สายหมอกยามเช้า และพรรณไม้เขียวขจี รวมไปถึงพื้นที่กว้างขวางเชื่อมโยงความสะดวกสบายในการเดินทาง ด้วยบ้านดีไซน์ที่ทันสมัย ตอบรับความสุขของครอบครัวได้อย่างลงตัว คริสตัลกรีน เขา

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Post Icon

วิธีกำจัดปลวกจอมแทะในบ้านให้สิ้นซาก



วิธีกำจัดปลวก

คลองสาม
ที่แอบซ่อนอยู่ในบ้านให้ตายยกรังไม่ใช่เรื่องยาก และวิธีกำจัดปลวกก็ไม่จำเป็นต้องจ้างบริษัทกำจัดปลวก

เสมอไป เพราะการกำจัดปลวกให้หมดไปจากบ้านทำด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ
ปลวกแต่ละชนิดต่างมีกลวิธีและรูปแบบในการสร้างรังไม่เหมือน แต่ไม่ว่าจะมีขนาดมหึมาราวหอคอยหรือเล็กเพียงแค่เนิน

ดิน



วิธีกำจัดปลวกที่แอบ

ซ่อนอยู่ในบ้านให้ตายยกรังไม่ใช่เรื่องยาก และวิธีกำจัดปลวกก็ไม่จำเป็นต้องจ้างบริษัทกำจัดปลวกเสมอไป เพราะการ

กำจัดปลวกให้หมดไปจากบ้านทำด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ


1. เช็กสภาพไม้ก่อน
          หากสังเกตเห็นว่าไม้เป็นรูคล้ายโดนปลวกแทะ หรือเห็นซากไม้เป็นผงเกลื่อน

พื้นตรงบริเวณที่ไม้เป็นจุด นั่นอาจจะแปลได้ว่า ตอนนี้รังปลวกได้บุกมาแทะไม้บ้านคุณแล้วจริง ๆ ทว่าถึงอย่างนั้นเราก็ต้อง

เช็กว่าเป็นปลวกตัวจริงเสียงจริงแน่หรือเปล่า โดยการเคาะดูก่อนก็ได้ หากได้ยินเสียงก้องหรือรู้สึกถึงความโหรงเหรงภาย

ใต้พื้นไม้ อาจจะฟันธงไปได้เลยว่าเจอปลวกแน่แล้ว ทว่าหากยังไม่แน่ใจสามารถใช้สว่านเจาะเข้าไปตรงบริเวณที่เป็นรูก็ได้

หากเศษไม้หลุดออกมาเป็นแผ่นอย่างง่ายดายก็แปลว่าใช่เลย เตรียมกำจัดปลวกได้แล้วจ้า

2. รู้จักชนิดของปลวก
          เราสามารถแบ่งแยกประเภทของปลวกในบ้านออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ซึ่งก็

คือ ปลวกใต้ดินกับปลวกไม้แห้ง โดยปลวกทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีลักษณะการทำลายไม้่ที่ต่างกัน หากเป็นปลวกใต้ดินจะแทะไม้

จากด้านในออกมาด้านนอก สร้างความเสียหายกับไม้เกือบทั้งหมด ส่วนปลวกไม้แห้งจะแทะกินเฉพาะเนื้อไม้ด้านใน โดย

เว้นเนื้อไม้ด้านนอกไว้บาง ๆ ทำให้เหมือนไม้ไม่ได้ถูกทำลายไปสักนิดเดียว ดังนั้นแม้จะเห็นสภาพไม้ภายนอกดูไม่เป็นร่อง

เป็นรูก็อย่าไปไว้ใจเชียว

3. สร้างกับดักล่อปลวก
          ขั้นแรกให้หาไม้กระดานแผ่นเรียบขนาดใหญ่พอประมาณ พรมน้ำให้ชื้น ๆ แล้ว

ไปติดไว้ใกล้จุดที่ปลวกแอบซุ่มอยู่ ทิ้งไว้สักพัก (หรืออาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย) เหยื่ออันโอชะที่เราติดไว้จะถูกปลวก

รุมแทะอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นให้คุณรีบนำแผ่นไม้ไปเผาทิ้งทันที วิธีกำจัดปลวกอย่างนี้จะช่วยลดจำนวนปลวกในบ้านไป

ได้เยอะพอสมควร แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นการกำจัดปลวกอย่างสิ้นซากนะคะ


4. เลี้ยงไส้เดือนฝอย
          ไส้เดือนฝอยจะช่วยกำจัดปลวกใต้ดินให้เราได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นคุณควรหาซื้อ

ไส้ดินฝอยมาเลี้ยงไว้ในสวนบ้าง เพื่อให้ไส้เดือนฝอยช่วยจับปลวกมาเป็นอาหาร ลดประชากรปลวกในบ้านไปได้เยอะเลยที

เดียว

5. กําจัดปลวกด้วยวิธีธรรมชาติ
          หากต้องการกําจัดปลวกด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี ก็สามารถทำได้

โดย...

          - กำจัดปลวกด้วยสมุนไพร
          ขั้นแรกให้นำข่า ตะไคร้ และกระเทียมในปริมาณเท่า ๆ กัน (รวมแล้วประมาณ 2

กิโลกรัม) มาสับให้ละเอียด จากนั้นก็ผสมเหล้าขาว 1 ขวด น้ำส้มสายชู 1 ขวด และน้ำเปล่า 20 ลิตร ลงไป ปิดฝาให้สนิท

แล้วปล่อยทิ้งไว้สัก 1 สัปดาห์ เท่านี้ก็จะได้น้ำยากำจัดปลวกแบบธรรมชาติง่าย ๆ แล้วค่ะ  

          - กำจัดปลวกด้วยใบขี้เหล็ก
          ต้องบอกเลยว่าประสิทธิภาพการกำจัดปลวกของใบขี้เหล็กนั้นดีเยี่ยม เพียง

แค่นำใบขี้เหล็กประมาณ 5 กรัม มาบด ตำ หรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นก็ใส่น้ำลงไปประมาณ 20 มิลลิลิตร เสร็จแล้วก็กรอง

เอาน้ำใส่ในขวดสเปรย์ เสร็จแล้วนำไปฉีดตามบริเวณที่ปลวกอยู่ โดยทำซ้ำประมาณ 3-5 วัน 

          - น้ำส้มสายชูกำจัดปลวก
          เรียกได้ว่าน้ำส้มสายชูเป็นของใช้ในบ้านที่มีประโยชน์มากจริง ๆ เพราะนอก

จากจะช่วยปรุงอาหารหรือทำความสะอาดได้แล้ว ยังสามารถใช้ในการกำจัดปลวกได้ด้วย โดยให้เทน้ำส้มสายชูลงไปใน

ถ้วยตวงประมาณครึ่งถ้วย แล้วบีบมะนาวตามประมาณ 2 ซีก จากนั้นก็หยดน้ำมันหอมระเหยส้มลงไปอีกสักนิดหน่อย โดย

ให้ระมัดระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหยส้มมาก ๆ เพราะสามารถระคายเคืองต่อผิวได้ พอเสร็จแล้วก็เทใส่ขวดสเปรย์ พร้อม

ใช้กำจัดปลวกได้เลย

          - ใช้เกลือกำจัดปลวก
          อีกหนึ่งวิธีการกำจัดปลวกแบบธรรมชาติ แถมง่ายสุด ๆ ก็คือการผสมน้ำอุ่นกับ

เกลือเข้าด้วยกันในปริมาณครึ่งต่อครึ่ง จากนั้นก็คนจนเกลือละลายเข้ากับน้ำ เทใส่ในขวดสเปรย์ จากนั้นก็ทำไปฉีดพ่น

บริเวณที่มีปลวกอยู่ เมื่อปลวกกินน้ำเกลือเข้าไป ก็จะเกิดภาวะขาดน้ำและค่อย ๆ ตายในที่สุด 
6. กำจัดปลวกด้วยแดดแรง
          ปลวกเก่งเฉพาะในที่มืดเท่านั้นล่ะค่ะ พอเจอแดดแรง ๆ เข้าหน่อยก็สิ้นชีพกัน

แล้ว ดังนั้นหากเฟอร์นิเจอร์ของคุณโดนปลวกบุกรุกจนเกือบแย่ ให้รีบนำเฟอร์นิเจอร์ไม้ชิ้นนั้นมาตากแดดจัด ๆ ประมาณ 2-3

วัน เพื่อกำจัดปลวกให้หมดไป

7. เปิดฮีทเตอร์กำจัดปลวก
          ฮีทเตอร์อาจเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นกับบ้านเราเลย แต่กลับมีประโยชน์

กับการกำจัดปลวกสุด ๆ เพราะปลวกเองก็กลัวความร้อนอยู่เหมือนกัน ดังนั้นในจุดที่ไม่สามารถยกไปตากแแดดได้ก็จัดการ

เปิดฮีทเตอร์เผาปลวกซะเลย


8. ลดความชื้นในบ้าน
          เมื่อไม้เจอกับความชื้นก็เข้าทางปลวกอย่างจัง ไม่เชื่อลองสังเกตตรงบริเวณที่

มักมีปัญหาปลวกดูก็ได้ค่ะว่า ส่วนนั้นมีความชื้นค่อนข้างสูงด้วยกันทั้งนั้น อย่างนี้ก็แสดงว่าหากเราสามารถลลดความชื้นภาย

ในบ้านได้ ก็เท่ากับช่วยป้องกันบ้านจากปลวกได้อีกทาง โดยการลดความชื้นที่ว่านี้อาจจะติดตั้งพัดลมดูดอากาศ หมั่นเปิด

หน้าต่างระบายอากาศ เปิดม่านให้แสงแดดส่องถึง และติดตั้งเครื่องดูดความชื้นในกรณีที่บ้านคุณมีความชื้นค่อนข้างสูง

หรืออยู่ในจุดที่ค่อนข้างอับ

9. ฉีดยาฆ่าปลวก
          หากปลวกเพิ่งจะมาทำรังในบ้านคุณในวงแคบ ๆ อาจกำจัดไปได้ง่าย ๆ ด้วย

การใช้ยาฉีดปลวกที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปกำจัดปลวกซะ ทั้งนี้ก่อนฉีกควรเปิดหน้าต่างให้โล่ง จัดพื้นที่ให้มีอากาศ

ถ่ายเท และสวมหน้ากากและถุงมือเพื่อความปลอดภัยด้วยทุกครั้ง


10. อุดรูปลวก
          ตามผนังกำแพงหรือจุดไหนในบ้านที่เป็นรอยแยก เกิดความชำรุดเสียหายให้

รีบซ่อมแซมโดยด่วน โดยอาจจะฉาบปูนเข้าไปใหม่หรือยาแนวให้แน่นหนา เพราะไม่เพียงแต่ร่องรอยแยกเหล่านี้จะเป็น

ช่องทางของปลวกเท่านั้น แต่มด แมลงสาบ และแมลงชนิดอื่น ๆ อาจใช่ช่องทางเดียวกันนี้เข้ามาบุกรุกบ้านคุณก็ได้
11. พึ่งบริษัทกำจัดปลวกคลอง

สาม
          ในกรณีที่รู้ตัวอีกทีก็เจอปัญหาปลวกลามไปเกือบทั้งบ้านแล้ว การกำจัด

ปลวกอาจเกินกำลังเราไปนิด ดังนั้นควรยกหน้าที่นี้ให้กับบริษัทกำจัดปลวกมืออาชีพ ซึ่งเขาจะมีวิธีและอุปกรณ์ในการซอก

ซอนไปกำจัดปลวกถึงรังให้สิ้นซากได้ดีกว่าเรา


บ.

คลองหลวง เพสท์ คอนโทรล เซอร์วิสจำกัด


เลขที่

33/84 ม.2 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120


Phone:

092 456 0453 หรือ 086 534 8057


Email:

kpcantibug@gmail.com


Website:

https://www.KPCantibug.com

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Post Icon

เมื่อรถป่วย!!จะไปศูนย์หรืออู่ซ่อมดี

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ การตรวจสอบและซ่อมบำรุงเป็นสิ่งที่สำคัญ และการที่สถานที่จะไปใช้บริการก็เป็นสิ่งที่สำคัญ วันนี้เรามีวิธีเลือกใช้บริการมาให้ท่านได้เลือกใช้บริการ

วันหนึ่งเมื่อพบว่ารถยนต์คู่ใจของคุณเกิดป่วยขึ้นมา ดูอาการแล้วคงไม่แคล้วต้องส่งให้มืออาชีพจัดการ ว่าแต่ว่าคุณจะเลือกไปส่งรักษาตัวที่ไหนดี...ระหว่างศูนย์บริการ อู่ซ่อม หรือศูนย์ซ้อมอิสระ เพื่อให้รถของคุณหายจากอาการป่วย พร้อมกับได้รับความคุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด คนรักรถ รวมรวบข้อมูลมาให้คุณพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ก่อนรถของคุณจะถูกส่งซ่อมไปแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์

รถใหม่ต้องศูนย์บริการ

เนื่องจากรถยนต์ป้ายแดงทุกรุ่นจะมีการรับประกันคุณภาพของอุปกรณ์ และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผลิตในขอบเขตที่เหมาะสม ซึ่งหากยังอยู่ในระยะประกัน แนะนำว่าควรนำรถยนต์เข้ารับบริการดูแลและตรวจสอบสภาพที่ศูนย์บริการเท่านั้น การนำรถยนต์ไปซ่อมนอกศูนย์บริการอาจทำให้การรับประกันทั้งหมดถูกยกเลิก รวมถึงการไม่ยอมนำรถเจ้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสภาพตามเวลาที่กำหนด กรณีที่รถเสียกลางทางสามารถให้ช่างทั่วไปซ่อมแซมเบื้องต้นได้ แต่ห้ามเปลี่ยนอุปกรณ์หลักโดยเด็ดขาด ดังนั้นผู้ใช้รถใหม่และยังอยู่ในระยะประกัน อย่าว่างเว้นปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด

ขับขี่ไปสักพักก็ถึงเวลาที่รถหมดระยะประกันคุณภาพ ซึ่งคราวนี้คุณต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะพารถไปซ่อมที่ใด

ศูนย์บริการ-เมื่อ นำรถเข้าศูนย์บริการหลังพ้นระยะประกันควรบอกความประสงค์ให้ชัดเจน ถ้ามีอะไหล่ชิ้นไหนเสียให้ช่างแจ้งราคาก่อนลงมือเปลี่ยนทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นคุณอาจลบจับจากราคาอะไหล่ที่ช่างทำการเปลี่ยนให้รถคุณก็เป็น ได้ เนื่องจากเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าศูนย์บริการนั้นเป็นตัวทำกำไรสำคัญของ บริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ การเข้าศูนย์บริการถึงแม้ราคาจะแพงไปหน่อย แต่ก็มีข้อดีอยู่ที่การรับประกันคุณภาพการซ่อมและอะไหล่ที่มั่นใจได้

อู่ซ่อมทั่วไป-อู่ ในลักษณะนี้มีหลายระดับ ต้องเริ่มดูกันตั้งแต่ฝีมือของช่าง เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน คุณภาพของอะไหล่การคิดราคาอย่างตรงไปตรงมา การเช็กสภาพรถก่อนเข้าอู่ว่าอยู่ในสภาพไหน เลขไมล์เท่าไหร่ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม เนื่องจากบางอู่อาจมีช่างแอบเอารถลูกค้าไปใช้งานหลังซ่อมเสร็จ ฉะนั้นการจดจำและตรวจสภาพรถอย่างรอบคอบก่อนเข้ารับการซ่อมจากอู่ซ่อมทั่วไป เรื่องที่ผู้ใช้รถควรใส่ใจ เพราะจะได้มีหลักฐานอ้างกับเจ้าของอู่ได้ในกรณีที่มีสิ่งผิดปกติหรือเสียหาย

ศูนย์ซ่อมอิสระ-เน้น การดูแลรักษาและตรวจซ่อมโดยใช้เวลาไม่นานมาก เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง , เปลี่ยนยาง , เปลี่ยผ้าเบรก , ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ฯลฯ ระบุค่าแรงการซ่อมอย่างชัดเจน จุดเด่นคือ ค่าแรงถูกกว่าศูนย์บริการหรือบางแห่งก็ไม่คิดค่าแรง เครื่องมือมีมาตรฐานครบครัน มีอะไหล่ให้เลือกหลากหลายยี่ห้อพร้อมการรับประกัน เมื่อรู้อย่างนี้ลองตัดสินใจกันดูนะครับ

ที่มา วารสารพลังไทยและขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Post Icon

วิธีดูแลล้ออัลลอยให้สวยงาม

ล้ออัลลอย ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับตัวรถยนต์ มีลักษณะเงาวาว แตกต่างกันไปตามยี่ห้อ ตามความชอบซึ่งในปัจจุบันเราก็ใช้รถกันอยู่แทบจะทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดความสกปรกตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น คราบดินโคลน เศษหิน และยิ่งถนนที่เพิ่งเทยางมะตอยใหม่ๆยิ่งแล้วใหญ่ มันก็จะกระเด็นมาเกาะติดรถของคุณอย่างแน่นอน ที่นี้ล้ออันสวยงามของคุณก็จะไม่น่ามอง

หากคุณไม่รีบรักษาหรือปล่อยปะละเลย รอจนแห้งติดล้อเป็นเวลานานๆแล้วละก็ อาจจะทำให้ความเงาของล้อหายไปแน่นอน การดูแลรักษาก็ทำไม่ยากเลยคุณต้องไม่ล้างล้อรถยนต์ในขณะที่มีอุณภูมิสูง เพราะอาจจะทำให้คราบสกปรกต่างๆ แห้งและยึดติดเกาะสีล้ออัลลอยซ้ำลงไปอีก และหลังจากที่คุณล้างรถและเช็ดจน

แห้งแล้วให้สังเกตดูว่ามีคราบติดอยู่ที่ล้ออีกไหม หรือว่าถ้ามีคราบยางมะตอยติดอีกละก็ ควรใช้น้ำมันก๊าด/น้ำมันสน หรือน้ำยาเช็ดคราบสกปรกเช็ดออก แต่ถ้าบ้านใครมีสุนัข แล้วบังเอิญมันมาฉี่ราดใส่ล้อคุณ คุณก็ควรรีบทำความสะอาดทันที ไม่งั้นมันอาจจะกัดเป็นคราบเหลืองและทำให้ล้ออัลลอยลอกหลุดออก ดังนั้นคุณเห็นมันฉี่คุณต้องรีบเอาน้ำราดตามทันทีไม่งั้นล้อสวยๆๆของคุณ อาจไม่งามเหมือนตอนถอยมาใหม่ๆๆแน่นอน

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS